Dophin boy film

I-MOBILE IQ5.1 เพิ่มพลัง 4 มันสมอง

ตัวนี้เป็นอีกตัวหนึ่งที่ทาง i – Mobile นำเสนอครับ เนื่องการระบบประมวลผลที่ให้มาแบบจัดเต็มจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนจึงหันมาเล่นรุ่นนี้กัน ทั้งสมรรถนะด้านความเร็ว และความสวยงามด้านการออกแบบตัวเครื่อง สามารถละลายใจคุณได้ ใครที่ชอบความแรง แฝงความงาม ตัวนี้น่าลองครับ ว่าแล้วเราเข้ามาดูรายละเอียดของเครื่องกันดีกว่า

ภายนอกออกแบบได้โดนใจวัยรุ่นมากมายครับ มาในโทนสีดำเงา ส่วนด้านหลังมาในโทนสีเทาเข้ม เนื้อด้านครับเพื่อไม่ให้เป็นรอยนิ้วมือง่าย ด้านหน้าจอนั้นเป็นจอแบบ Touch Screen อำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ พลิกมาดูที่ด้านหลังจะเห็นกล้องจัดตำแหน่งมาให้อยู่ตรงกลางส่วนบน ถัดลงมาเป็น Logo IQ และทางด้านล่างมี Logo i – Mobile ตามมาด้วยลำโพง ขนาดความกว้างก็พอดีมือครับ ไม่เกะกะ หรือใหญ่เทอะทะแต่อย่างใด

ลองมาดูกันที่สเปคของเครื่องตัวนี้กันบ้างว่าจะแรงสักแค่ไหน หน่วยประมวลผลเต็มๆ สุดๆ ด้วย Quad Core 1.2 GHz เรื่องความแรงไม่ต้องพูดถึง RAM ให้มา 1 GB Memory ให้มา 4 GB เอาไว้เก็บภาพสาวๆ รูปแบบของการ์ดที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็น Micro SD Card ที่สามารถเพิ่มได้ถึง 8GB หน้าจอการแสดงผล 5.3” ความละเอียด 480 x 854 Pixels Front Camera ความละเอียด 2 MB ส่วน Back Camera ความละเอียด 12 MB

I/O Interfaces ให้มาแบบ Micro USB 2.0 Network รองรับ Wifi build 2403, Wifi router, Security WEP,WPA, WPA2 Bluetooth เวอร์ชั่น 2.1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Andriod 4.1 รองรับ 3G 850/2100 MHz (AIS/ Dtac/ True/3GX), HSDPA 7.2 Mbps และ HSUPA 5.76 Mbps รองรับ 2G EDGE/GPRS สามารถใส่ได้ 2 SIM สนนราคาอยู่ที่ 5,700 บาท

Lenovo K900 สะใจวัยมันส์ ครบครันการดีไซน์

นอกจากความแรงที่ท่านจะได้สัมผัสใน Smart Phone ตัวนี้แล้ว ท่านยังไม่ความสวยงามจากการออกแบบที่ละเอียด ประณีตในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย ทำให้สาวก Lenovo ต้องหยุดคิดก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะต้องเลือกอยู่นานครับกว่าจะได้ตัวที่เหมาะสมมากที่สุด แต่วันนี้ผมจะเอามันมารีวิวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันอย่างจุใจ ก่อนจะควักตังค์ซื้อมันมาใช้

เริ่มที่ตัวเครื่องกันก่อน ด้านหน้าตัวเครื่องไม่มีปุ่มใดๆ ครับ เพราะเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen จะมีก็เพียงแต่ Logo Lenovo ที่อยู่ตรงกลางส่วนบน และลำโพงกับกล้องด้านหน้าเท่านั้น ความบางของเครื่องรุ่นนี้อยู่ที่ 6.9 mm บางเฉียบ ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ ด้านหลังมีกล้องรูปทรง 4 เหลี่ยมมาให้ กล้องตัวนี้ถูกติดตั้งอยู่บริเวณมุมซ้ายครับ ถัดลงมามี Logo Lenovo และรายละเอียด คำเตือน เล็กน้อย ด้านล่างแอบมี Logo Intel เล็กๆ ติดอยู่ให้รู้ว่าตูแรง

เจ้าตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล Intel Atom processor Z2580 Dual Core 4-thread, สามารถดันได้สูงสุดถึง 2.0 GHz ถ้าไม่แรงก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว RAM ให้มา 2GB LPDDR2 SDRAM Memory 16GB แบบ eMMC หน้าจอการาแสดงผลขนาด 5.5” ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล กล้องด้านหน้าความละเอียด 2MP กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 MP เต็มๆ สุดๆ นอกจากนั้นยังมี Flash แบบ LED มาให้อีก ถ่ายกันมันส์ละคราวนี้

Sensor ที่น่าสนก็จะมี A-GPS, Gravitation, Ambient light, Proximity พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ Micro USB V2.0 Network รองรับ WiFi 802.11b/g/n/a Bluetooth version 3.0 3G รองรับ UMTS 850/900/1700/1900/2100 MHz 2G รองรับ GSM 850/900/1800/1900 MHz Battery แบบ Li-Polymer 2,500 mAh น้ำหนัก 162 g รุ่นนี้รับประกัน 1 ปีครับ ราคาอยู่ที่ 14,900 บาท

ASROCK Z87 EXTREME4 พลังจงสถิตแด่ท่าน

ที่สุดแห่ง Main Board ออกมาให้เราได้น้ำลายไหลกันอีกแล้ว สำหรับค่าย Asrock ด้วยการออกแบบที่สวยงาม ผสานกับประสิทธิภาพการทำงานที่เยี่ยมยอด พอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาแบบไม่เกรงใจ สำหรับบอร์ดระดับกลาง ค่อนไปทางสูงตัวนี้ ใครเห็นเป็นต้องอยากได้ ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูข้างในกันดีกว่า ว่าจะแรงสมกับชื่อหรือเปล่า

ตัว Main board เองมาในโทนสีดำ/ทอง สวยงามและดูหรู ตัวบอร์ดจะเป็นสีดำ รวมทั้ง Slot ใส่ RAM, Heat Sink, Slot PCI ก็เป็นสีดำเช่นเดียวกัน ส่วนที่เป็นสีทองคือคาปาซิเตอร์ (คาปาซิเตอร์ออกแบบสไตล์ทองคำ) จริงเท็จอย่างไรไม่รู้ แต่สวยงามมาก Form Factor เป็น ATX รองรับ RAM ได้สูงสุด 4 ตัว การจัดวางองค์ประกอบ ชิ้นส่วน ชิป Slot วางได้เป็นระเบียบ เรียบร้อยดี

รองรับ CPU 4th Generation Intel Core i7 / i5 / i3 / Xeon / Pentium / Celeron, Socket 1150, ใช้ Chipset Intel Z87, RAM Dual Channel DDR3 รองรับ 2933+(OC)/2800(OC)/2400(OC)/2133(OC)/1866(OC)/1600/1333/1066 non-ECC, VGA รองรับหลายรุ่นเช่น Intel Quick Sync Video with AVC, Intel InTru™ 3D, ระบบเสียง 7.1 CH HD Audio Realtek ALC1150 Audio Codec

Gigabit LAN 10/100/1000 Mb/s, PCIe 1x และ PCI อย่างละ 2 Slots, PS2 1 Port, USB 2.0 back Panel 2 Ports, USB 2.0 ด้านหน้า 2 Ports, USB 3.0 back Panel 4 Ports, USB 3.0 ด้านหน้า 2 Ports, eSATA 1 Slot, SATA 8 Ports, รองรับ RAID 0, RAID 1, RAID 5, RAID 10, DVI/VGA อย่างละ 1 Port, HDMI in 1 Port, HDMI out 1 Port, มี Clear CMOS Switch, PCIe 3.0 (at x16 mode) 3 Slots, SATA3 8 Slots, Optical S/PDIF Out 1 Port, Display Ports 1 Port, รองรับ Windows® 8 / 8 64-bit / 7 / 7 64-bit compliant รับประกัน 3 ปี ราคา 5,030 บาท

ACER CloudMobile S500 สวยเพรียว สั่งได้ดั่งใจ

ด้วยการออกแบบที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก ผสานกับพลังแห่งประสิทธิภาพทำให้ ACER CloudMobile S500 กลายเป็น Smart Phone ที่โดดเด่นและเป็นที่หมายปองของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มๆ หรือสาวๆ ต่างชื่นชอบในรูปลักษณ์ที่สวยงามสะดุดตา วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าตัวนี้กัน

การออกแบบภายนอกนับได้ว่าทำได้ดีมากครับ รูปร่างเพรียว กระชับ ส่วนเว้า ส่วนโค้ง ได้สัดส่วน ไม่ขาด ไม่เกิน มาในโทนสีเทาด้าน ด้านหน้าเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen มีปากกาสำหรับใช้งานให้มา 1 ด้าม Logo Acer อยู่บริเวณด้านล่าง ตรงกลาง พลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะเห็น Logo Acer อยู่ตรงกลางตัวเครื่อง และมีกล้องอยู่ตรงกลางด้านบน ต่อไปเราจะมาดูสเปคของเครื่องกันครับว่ามันจะแรงสักแค่ไหนเชียว

เจ้าตัวนี้ใช้ระบบประมวลผลของ Qualcom 8260A Dual Core 1.5 GHz ที่มาพร้อมกับ RAM 1 GB ความจุของ Memory อยู่ที่ 8 GB รูปแบบของการ์ดความจำเป็น microSD ครับ หน้าจอมีขนาดการแสดงผล 720 x 1280 pixels ขนาด 4.3” มีความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล Front Camera ความละเอียด 1 MP ส่วน Back Camera ความละเอียด 8 MP Network Wi-Fi 802.11 b/g/n Bluetooth เป็น V4.0 with A2DP

Sensor ที่สำคัญเช่น Accelerometer, proximity, compass ใช้ระบบปฏิบัติการ Android v4.0 3G ใช้กับ HSDPA 900 / 1900 / 2100 ส่วน 2G ใช้ได้กับ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 น้ำหนักของตัวเครื่องนี้อยู่ที่ประมาณ 122 g ราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 10,990 บาท ท่านใดที่ชอบการดีไซน์ที่แปลกตา พร้อมทั้งความเร็วแรงแล้วละก็ ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Lenovo A706 ขาว เพรียว น่ารัก

ขึ้นชื่อก็ติดเรทนิดหน่อยครับ สำหรับวันนี้ผมมีข่าว Smart Phone จากค่าย Lenovo มารีวิวให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกัน แรกๆ มองเผินๆ เหมือน iPhone เลย แต่พอมองดูใกล้ๆ แล้ว ไม่ใช่ครับ ดีไซน์ออกมาได้สวยงามสะดุดตาเลยทีเดียว ส่วนจะมีอะไรดีบ้างนั้นคงต้องติดตามกันต่อไปครับ รับรองว่า ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ดีไซน์ภายนอกทำได้ดีครับขอชมเลย หน้าจอแบบ Touch Screen มี Logo Lenovo อยู่บริเวณตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ลองดูด้านหลังทำเอาโดนใจผมครับ เป็นแนว Two Tone 2 สี ระหว่าง ขาว กับ เทา ดูเท่ห์ มีสไตล์อย่างมาก แถมหรูอีก ด้านหลังตรงกลางส่วนบนเป็นที่ติดตั้งของกล้อง ถัดจากกล้องลงมาก็จะเป็น Logo Lenovo แถบเงิน เงางาม สวยไปอีกแบบครับ ต่อไปเรามาดูสเปคของเครื่องกันบ้าง

ระบบประมวลผลของเจ้าตัวนี้เป็นแบบ Quad-Core Qualcomm MSM 8225Q 1.2GHz เรียกได้ว่าแรงถึงใจวัยมันส์ เพราะทำงานช่วยกัน 4 หัว หน้าจอแสดงผล 4.5” RAM 1GB LPDDR2 Memory ให้มาเยอะครับ 4GB เป็นรูปแบบการ์ดแบบ eMMC Battery 2000mAh เป็น Lithium Polymer Network รองรับ 2G GSM 900/1800/1900 MHz และ 3G WCDMA 900/2100 MHz Wireless 802.11 a/b/g/n เห็นสเปคแล้วอยากได้กันบ้างหรือยัง

ยังไม่หมดครับยังมีอีก Front Camera ให้ความละเอียดที่ 0.3M ส่วน Back Camera ให้ความละเอียดที่ 5M USB Port ก็ให้มาเต็มไม่แพ้กันครับด้วย Micro-USB v2.0 ระบบปฏิบัติการใช้ของ Android 4.1 Jelly Bean น้ำหนัก 130g ก็นับได้ว่าไม่หนักไม่เบาครับ พอรับได้ สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 5,990 บาท ใครที่กำลังมองหา Smart Phone สักตัวที่ไม่แพงมาก ตัวนี้ก็น่าสนครับ

GIGABYTE H87-D3H แรง เร็ว เกิน ห้ามใจ

Gigabyte ปล่อยตัวจี๊ดออกมาให้เราอยากได้กันอีกครั้ง ด้วย Main Board ขนาดกลาง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานระดับกลาง และระดับสูง ได้อย่างลงตัว ใครที่กำลังมองหาบอร์ดแรง ราคาพอเอื้อมถึง และที่สำคัญอึด ทนอยู่ละก็ ตัวนี้น่าจะเป็นอีกตัวที่น่าจับตามองครับ

การดีไซน์รูปร่างบอร์ดภายนอกมาพร้อมกับ Form Factor ATX ขนาด 30.5cm x 22.5cm ประมาณ 1 ไม้บรรทัดบ้านเรานั่นแหละครับ ก็ไม่ถือว่าใหญ่มากสักเท่าไหร่ โทนสีตัวบอร์ดเป็นสีน้ำตาลเข้ม Slot ใส่ RAM เป็นสีเทา Slot PCI ออกแบบเป็นสีดำ ส่วน Heat Sink มาในโทนเทาอ่อน บอร์ดตัวนี้รองรับ RAM ได้สูงสุด 4 ตัว การจัดวางตำแหน่งของ IC และ ชิปต่างๆ ทำได้อย่างเหมาะสม ไม่ชิดติดกันเกินไป มีการเว้นช่องว่างให้ทำการบริการได้อย่างสะดวก

ด้านสเปค เจ้าตัวนี้รองรับ CPU Intel Core i7, i5, i3, Pentium, Celeron, Socket 1150, Chipset ใช้ของ Intel H87 Express Chipset, Bus 1600/1333, RAM Dual channel 1.5V DDR3 non-ECC สามารถ Upgrade ได้สูงสุด 32 GB, VGA รวมอยู่ในชิปกราฟิก, ระบบเสียงใช้ Realtek ALC892 codec High Definition Audio 2/4/5.1/7.1-channel, LAN ใช้ของ Intel GbE LAN chip (10/100/1000 Mbit), PCIe 16x (at x16 mode) 1 Slot, PCIe 4x 1 Slot, PCIe 1x 2 Slots

PCI 2 Slots, PS2 1 Slot, USB 2.0 back Panel 4 Ports, USB 2.0 ด้านหน้า 2 Ports, USB 3.0 back Panel 4 Ports, USB 3.0 ด้านหน้า 1 Port, SATA 6 Ports, รองรับ RAID 0, RAID 1, RAID 5, and RAID 10, DVI/HDMI/VGA อย่างละ 1 Port, S/PDIF Out 1 Port, รองรับ Multi-GPU และ AMD CrossFire technology รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 8/7 รับประกัน 3 ปี ราคา 3,480 บาท สนใจรีบจับจองนะครับ

SAMSUNG Ace Plus เรียบง่าย สไตล์ซัมซุง

นอกจากรุ่นใหญ่อย่าง Galaxy S4 แล้วยังมีรุ่นเล็กที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับท่านที่มีงบน้อยอีกด้วย แต่เรื่องคุณภาพไม่ได้น้อยเลยครับ วันนี้ผมได้ไปทำความรู้จักกับเจ้า Samsung Ace Plus มาเลยนำมารีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกัน ว่าแล้วเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ มาดูรุ่นเล็กกันซิว่าจะพอได้ไหม ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วตามผมมาได้เลยครับ

การออกแบบตัวเครื่องรุ่นนี้ทำได้ดีครับ สำหรับตัวที่ผมนำมารีวิวนั้นมาในโทนสีขาวสะอาดตาครับ ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรนอกจาก Logo Samsung และ ลำโพง หน้าจอสำหรับรุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบ Touch Screen ด้านหลังของเครื่อง มีกล้องตัวนึงทรง 4 เหลี่ยมน่ารักเชียว อยู่ตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ด้านข้างกล้องจะมีลำโพงเล็กๆ จิ๋วๆ อยู่ ถัดลงมาทางด้านล่างเป็น Logo Samsung สีเทา ดูเท่ห์ดีครับ ตัดกับสีขาวทำให้ดูมีระดับขึ้นมามากเลย

สเปคของเครื่องตัวนี้เริ่มจาก ระบบประมวลผลที่ให้ความเร็วถึง 1 GB หน้าจอกว้าง 3.65” ความละเอียด 480 x 320 Memory ให้มา 3 GB เยอะนะเนี่ย Battery 1300mAh ใช้งานได้ยาวนาน Network รองรับ (GPRS 850 / 900 / 1800 / 1900) (3G HSDPA 7.2) (EDGE 850 / 900 / 1800 / 1900) Wireless 802.11b/g/n 2.4GHz ใช้ Bluetooth version 3.0 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 น้ำหนักเจ้าตัวนี้อยู่ที่ประมาณ 115 g เครื่องนี้รับประกัน 1 ปีเต็มครับ

ใครที่สนใจ Smart Phone ที่ราคาไม่ถึงหมื่น ประสิทธิภาพพอใช้ได้ รูปลักษณ์สวยงามแล้วละก็เจ้าตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นนะครับ สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 5,490 บาท ถ้าสนใจก็อย่ารอช้าครับรีบจับจอง

I-MOBILE i-STYLE 8 สองหัวดีกว่าหัวเดียว

Smart Phone ตัวแรงสำหรับคนแรงๆ อย่างเรา i-mobile เปิดตัว Smart Phone สุดยอดการออกแบบ ผสานรวมกับประสิทธิภาพอันเหนือชั้นด้วยหน่วยประมวลผล 2 หัว ไม่ว่าจะเล่นเกมส์ chart หรือ share ไม่มีคำว่าสะดุดให้เสียอารมณ์ หากท่านพร้อมที่จะสัมผัสกับความเจ๋งระดับเทพ เราเข้ามาดูได้เลย

โครงสร้างภายนอกออกแบบในโทนสีเทาด้าน เรียบ หรู ดูดีครับ ทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน จับได้ถนัดมือ ขนาดไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป หน้าจอเป็นแบบ Touch Screen การเข้าสู่ Menu ต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดายครับ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ลองพลิกมาดูที่ด้านหลังจะเห็นกล้องอยู่บริเวณตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ถัดลงมาจะมี Logo i – Style ตรงกลางส่วนล่างจะมี Logo i – Mobile และช่องลำโพง

ถัดมาเราจะมาดูด้านสเปคของเครื่องตัวนี้กันบ้างว่าจะเร้าใจแค่ไหน เริ่มจะระบบประมวลผลใช้ระบบประมวลผลแบบ Dual Core 1.0 GHz ช่วยกันทำงาน 2 หัวครับ เร็วจี๊ดถึงใจอย่างแน่นอน ทางด้าน RAM ให้มา 512 MB Memory 4GB จะเก็บอะไรก็เก็บครับ เต็มที่เลยด้วยขนาดความจุขนาดนี้ รูปแบบของการ์ดที่ใช้เก็บข้อมูลเป็น Micro SD Card สามารถ Upgrade ได้ถึง 32 GB ขนาดหน้าจอแสดงผล 5” ความละเอียด 800 x 480 Pixels

Front Camera ความละเอียด 1.3 MP ส่วน Back Camera ความละเอียด 5.0 MP รองรับไฟล์เสียงแบบ MP3, AMR, OGG, WAV Network สามารถใช้กับ GSM 850/900/1800 MH Bluetooth 4.1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS 4.1 3G รองรับ HSDPA 7.2 Mbps. / HSDPA 5.76 Mbps. 850 / 900 / 2100 MHz น้ำหนัก 140g สนนราคาอยู่ที่ 5,490 บาท ท่านใดสนใจจะหามาลองก็ได้ครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

NOKIA Lumia 520 ตัวแรงที่ใครๆ ก็กล่าวถึง

มาแล้วครับ Lumia 520 ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของกันนักหนา นอกจากจะมีดีด้านการออกแบบภายนอกแล้วยังให้ประสิทธิภาพมาแบบคับแก้วอีก ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูรายละเอียดของเจ้าตัวนี้กันดีกว่า เผื่อใครที่กำลังมองหา Smart Phone สักเครื่องแต่ยังไม่ตกลงปลงใจกับค่ายไหนเลย อาจหันมาหาตัวนี้ก็เป็นได้ ถ้าพร้อมแล้ว ตามผมมาครับ

ภายนอกออกแบบมาเพื่อละลายใจใครหลายคนเลยครับ รูปทรงมาในแนว 4 เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งขอบจะมีรัศมีความโค้งไม่มากนัก ทำให้ดูเผินๆ แล้วเหมือน 4 เหลี่ยมที่ขอบไม่มนเลยครับ ด้านหน้าเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen มีเพียง Logo Nokia ลำโพงเท่านั้น ไม่มีปุ่มอะไรให้รกรุงรัง ทางด้านหลังติดตั้งกล้องบริเวณ ตรงกลางค่อนไปทางส่วนบนเล็กน้อย ส่วน Logo Nokia อยู่กลางลำตัวเลย ด้านล่างมุมขวามีลำโพงตัวเล็กๆ น่ารักแอบอยู่ด้วย

สเปคของเครื่องรุ่นนี้จะแรงแค่ไหน มาดูกัน Nokia Lumia 520 ใช้ระบบประมวลผลแบบ Dual Core 1.0 GHz RAM 512 GB Memory 8 GB รูปแบบการ์ดจัดเก็บข้อมูลเป็น Micro SD card ที่สามารถเพิ่มได้มากสุดถึง 64 GB หน้าจอขนาด 4” ความละเอียด 800 x 480 Back Camera ความละเอียด 5 MP พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ USB2.0 ระบบเสียงแบบ 3.5 Jeck Network แบบ WLAN IEEE 802.11 b/g/n ตัวนี้ใช้ Bluetooth version 3.0 ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8

3G รองรับ WCDMA: GSM 900/2100 MHz (AIS), HSDPA – 21.1 Mbps และ HSUPA – 5.76 Mbps Battery 1430 mAh สามารถคุยได้นานสุด 14.8 ชม. น้ำหนักประมาณ 124 g รับประกัน 1 ปีเต็ม สนนราคาอยู่ที่ 5,450 บาท ถ้าพลาดตัวนี้ไปจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับ

SAMSUNG Pocket Neo ขาวๆ อวบๆ

ตั้งชื่อซะน่ากลัวครับ แต่มันขาว อวบจริงๆ ตัวนี้ออกแบบได้น่ารัก น่าใช้ดีครับ เล็กกะทัดรัด แต่สำหรับท่านที่ชอบสไตล์ เพรียวบาง คงไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ออกจะไปทางหวานๆ คิกขุ มากกว่าครับ ด้านประสิทธิภาพก็เช่นเคยครับ การันตีด้วยยี่ห้อ Samsung อยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ครับ ว่าแล้วเราก็มาดูรายละเอียดภายในกันได้เลยครับ

การออกแบบภายนอกสวยงามน่ามอง ตัวที่ผมนำมารีวิวนี้เป็นสีขาวครับ ดูสะอาดตา ด้านหน้าเป็นจอแบบ Touch Screen มี Logo Samsung ตรงกลางส่วนบนของเครื่อง ด้านบนมีลำโพงแนวยาว พลิกด้านหลังมาดูความขาวอย่างลงตัวครับ เค้าออกแบบกล้องให้เยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย ส่วนบริเวณตรงกลางส่วนบนเป็นลำโพง ถัดลงมาเป็น Logo Samsung สีเทา เพิ่มความเท่ห์ อย่างมีสไตล์ ลักษณะเครื่องเป็นทรง 4 เหลี่ยมขอบมนน่ารักดี

สเปคของเครื่องตัวนี้ก็นับว่าไม่เลวเลยครับใช้ ระบบประมวลผล Cortex A9 850MHz RAM 512 MB Memory 4 GB หน้าจอแสดงผลขนาด 3” ความละเอียด 240 x 320 (QVGA) มี Sensor ที่น่าสนใจคือ Accelerometer ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง I/O Interfaces พอร์ตที่สำคัญมี USB v2.0, ช่องเสียบหูฟังสเตอริโอ 3.5 mm, ช่องเสียบหน่วยความจำภายนอก MicroSD สามารถ update ได้สูงสุดถึง 32GB สามารถใช้ได้ SIM เดียวครับ และมี Micro USB อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อมาอีกด้วย

ด้าน Audio ก็จัดเต็มครับรองรับรูปแบบ 3G2, 3GP, H.263, H.264, MPEG4, MKV, WebM เล่นได้สูงสุด 30fps บันทึกได้สูงสุด 15fps ยังไม่หมดครับให้ Bluetooth V 4.0 มาด้วย ตัวนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 3G รองรับ 850/210 MHz และ อีกรุ่นจะรองรับ 900/2100MHz น้ำหนักประมาณ 100.2 g ราคาอยู่ที่ 3,190 บาท

NOKIA Lumia 720 ไม่ใช่เพียงแค่รูปลักษณ์ แต่เป็นได้มากกว่า

มาพบกันอีกเช่นเคยครับกับผมคนเดิม วันนี้ผมเอาเจ้า Nokia Lumia 720 มารีวิวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันเพลินๆ ครับ เราจะมาเจาะลึกกันว่ามันมีอะไรดีกันบ้าง ทั้งด้านสเปคของเครื่องและด้านการออกแบบ เรียกได้ว่าล้วงไส้ล้วงพุงออกมาให้หมดไม่มีคำว่ากั๊กสำหรับรีวิวนี้ครับ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้ว ตามผมเข้ามาด้านในได้เลยครับ

เริ่มจากการออกแบบด้านนอกกันก่อน ด้านหน้าเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen มี Logo Nokia อยู่บริเวณด้านบนของเครื่อง ด้านหลังพลิกมาดูจะเห็นกล้องรูปร่างเป็นวงกลม ถูกติดตั้งตรงกลางส่วนบนของเครื่อง ด้านข้างมี Flash แบบ LED และที่ขาดไม่ได้คือ Logo Nokia ที่อยู่บริเวณตรงกลางเลยครับดูโดดเด่น สวยสะดุดตาอย่างมาก หัวข้อต่อไปที่เราจะมาดูกันนั้นก็คือสเปคของเครื่องครับ

ตัวนี้ใช้หน่วยความจำแบบ Dual Core 1.0 GHz RAM 512 MB Memory 8 GB Storage Card เป็นแบบ Micro SD card สามารถเพิ่มได้ถึง 64 GB หน้าจอแสดงผลขนาด 4.3” ความละเอียด 800 x 480 Pixel Front Camera ความละเอียด 1.3 MP Back Camera ความละเอียด 6.7 MP Network รองรับ WLAN IEEE 802.11 a/b/g/n Bluetooth version 3.0 รุ่นนี้ใช้ระบบปฏบัติการ Windows Phone 8 3G รองรับ GSM 900/1800, 850/2100 MHz , HSDPA – 21.1 Mbps / HSUPA – 5.76 Mbps Battery 2000 mAh สนทนาได้นานที่สุด 13.4 ชม.

นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติพิเศษอีกหลายาอย่างเช่น อัพโหลดภาพถ่ายไปยังเว็บต่างๆ อัตโนมัติ, การแชร์ตำแหน่งที่อยู่ และอีกมากมายครับ น้ำหนักเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 127 g รับประกัน 1 ปีเต็ม สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 9,490 บาท น่าสนใจใช่ไหมละครับ

Lenovo P780 ดีไซน์แห่งอนาคต

เจ้าตัวนี้หากท่านผู้อ่านได้เห็นแล้วจะรู้สึกอย่างสัมผัสมันอย่างแน่นอนครับ เนื่องจากการดีไซน์ตัวเครื่องได้อย่างลงตัว ทั้งความงาม ประสิทธิภาพการทำงาน สีสันและวัสดุที่นำมาทำเครื่องนั้นล้วนแต่เลือกสรรแต่เกรด A มาทำทั้งหมด ทำให้ Lenovo รุ่นนี้สามารถเข้าไปอยู่ในใจใครหลายๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็นอะไร หากท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับเจ้าตัวนี้แล้วละก็ ตามผมเข้ามาด้านในได้เลยครับ

การออกแบบเครื่องภายนอกมาในรูปทรง 4 เหลี่ยมขอบมน ตัวที่เอามารีวิวนี้เป็นสีดำเงาครับ สวย สะดุดตา สะดุดใจมาก ด้วยความบางของเครื่องเพียง 9.95 mm สุดยอดครับ ด้านหน้าตัวเครื่องใช้หน้าจอแบบ Touch Screen มี Logo Lenovo อยู่ตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง พลิกมาดูที่ด้านหลังจะเห็นกล้องรูปทรง 4 เหลี่ยม 1 ตัวบริเวณมุมซ้าย บริเวณตรงกลางจะมี logo Lenovo สีขาวเพิ่มความหรูอยู่ด้วย ด้านล่างมุมซ้ายเป็นลำโพงครับ

เจ้าตัวนี้ใช้ระบบประมวลผล Quad Core 1.2 GHz เร็วแรง ถึงใจวัยมันส์อย่างแน่นอนครับ RAM ให้มา 1 GB Memory จัดเต็ม 4 GB รูปแบบของการ์ดเก็บข้อมูลเป็นแบบ MicroSD สามารถเพิ่มได้มากสุดถึง 32GB ขนาดหน้าจอแสดงผล 5” ความละเอียด 1280 x 720 Front Camera ให้ความละเอียด 0.3 MP ส่วน Back Camera ความละเอียด 8 MP Sensor ที่น่าสนใจเช่น Gravitation, Ambient light, Proximity, A-GPS

พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ Micro USB v2.0 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.2 Jelly Bean 2G รองรับ GSM 900/1800/1900 MHz Network รองรับ WiFi 802.11 a/b/g/n Bluetooth version 3.0 Battery 4000mAh Lithium Polymer น้ำหนักประมาณ 176 g รับประกัน 1 ปีเต็ม สนนราคาตัวนี้อยู่ที่ 10,090 บาท สนใจรีบจับจองด่วน ก่อนจะหมดนะครับ

IPHONE4s 16GB แอปเปิ้ล ที่กินไม่ได้ แต่เท่ห์

คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า Smart Phone ที่มาแรงในขณะนี้ก็คือ iPhone นั่นเอง ออกมาใหม่หลายรุ่นมากมายจนตามไม่ทัน วันนี้ได้มีโอกาสไปทำความรู้จักกับเจ้า 4s เลยนำเอามารีวิวซะเลย อาจจะรีวิวตกยุคย้อนหลังไปหน่อยแต่เชื่อเถอะว่ายังมีอีกหลายคนที่อยากรู้สเปคของตัวนี้กัน เราเข้ามาดูด้านในกันเลยครับว่าจะแรงจริงสมชื่อหรือไม่

การออกแบบตัวเครื่องมาในโทนดำเงาครับ ด้านหน้าเรียบๆ ไม่มีอะไรหวือหวา แม้แต่ Logo ก็ไม่มี เห็นเพียงลำโพงและหน้าจอแบบ Touch Screen เท่านั้น พลิกด้านหลังมาดู เริ่มเห็น Logo แล้วครับ เป็น Logo ลูกแอปเปิ้ล ที่รู้จักกันดี กล้องถูกจัดวางในตำแหน่งเยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย ส่วนตัวอักษร iPhone นั้นอยู่ตรงกลางส่วนล่างของเครื่องครับ รูปร่างของมันเป็นทรง 4 เหลี่ยมขอบมน ที่นิยมกัน หัวข้อถัดไปเราจะมาดูสเปคของเครื่องกันบ้างว่าเจ๋งแค่ไหน

เริ่มจากระบบปฏิบัติการ Dual-Core ARM Cortex-A9 Processor ให้ความเร็วสูงสุด 1 GHz ให้หัวอ่านมา 2 หัวแบบนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแรง เร็วถึงใจอย่างแน่นอนครับ หน้าจอแสดงผลขนาด 3.5″ ความละเอียด 960 x 640 Pixel Memory 16 GB Battery เป็น Lithium-Ion Wireless 802.11b/g/n Bluetooth 4.0 Network รองรับ WCDMA/HSDPA Quad Band (850/900/1900/2100 MHz) / GSM Quad Band (850/900/1800/1900 MHz)/ CDMA EV-DO Rev. A Dual Band (800/1900 MHz)

กล้องความละเอียด 8 MP น้ำหนักของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 140 g ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 5 นอกจากนั้นแล้วตัวเครื่องยังรับประกันอีก 1 ปีเต็ม ถ้าไม่รักก็บ้าแล้วละครับ สนนราคารุ่นนี้อยู่ที่ 20,500 บาท ไม่ถูก และก็ไม่แพงครับ ใครพอมีงบก็สามารถหาซื้อมาลองกันได้ครับ คุ้มค่ากับราคาอย่างแน่นอน

SAMSUNG Galaxy Note2 เกินคำบรรยาย

หากจะพูดถึง Smart Phone ที่มีชื่อเสียงในช่วงที่ผ่านมาก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าตัวนี้แหละครับ หลายคนอยากได้มันมาครอบครอง จะด้วยการออกแบบที่สวยงามดึงดูดสายตาทั้งสาวๆ หนุ่มๆ หรือประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องก็ตาม ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องมองที่ความจำเป็นในการใช้งานด้วย และวันนี้ผมจะนำเอาตัวแรงตัวนี้มารีวิวให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกัน

ในส่วนของตัวเครื่องด้านนอกออกแบบได้โดนใจมากครับ ความบางของเครื่องตัวนี้อยู่ที่ 9.4 mm เท่านั้นเองครับ ส่วนเรื่องความกว้างของตัวเครื่องอยู่ที่ 80.5 mm ค่อนข้างใหญ่โตเลยทีเดียวสำหรับผม แต่ถ้าใครชอบหน้าจอใหญ่ๆ ตัวนี้เหมาะกับท่านแน่นอน หน้าจอเป็นแบบ Touch Screen การตอบสนองต่อคำสั่งทำได้รวดเร็วดี ด้านหลังออกแบบกล้องให้อยู่ตรงกลางส่วนบนและมี flash เล็กๆ ด้านข้างกล้อง ถัดลงมาเป็น Logo Samsung และส่วนล่างเยื้องไปทางซ้ายมีลำโพงอยู่

เจ้าตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผลแบบ Quad Core 1.6GHz เรื่องความเร็ว แรง ไม่ต้องพูดถึง ให้ RAM 2 GB และ Memory 16 GB การ์ดเก็บข้อมูลเป็น Micro SD Card สามารถเพิ่มได้มากถึง 64 GB หน้าจอ 5.5” ความละเอียด 1280X720 Pixel Front Camera ความละเอียด 1.9 MP Back Camera ความละเอียด 8 MP Network รองรับ WiFi a/b/g/n HT40 ใช้ Bluetooth version 4.0 นอกจากนั้นยังใช้ ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 ด้วย 3G รองรับ 850/900/1900/2100MHZ ส่วน 2G รองรับ 850/900/1,800/1,900 MHZ

Battery ขนาดความจุ 3100mAh รุ่นนี้มีรับประกัน 1 ปีเต็มครับ ตัว Sensor ที่มีใน Smart Phone ตัวนี้เช่น Accelerometer, Gyro-sensor, Barometer, Geo-magnetic และอีกหลายอย่างครับ สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 17,900 บาท สำหรับวันนี้ผมต้องขอตัวก่อน ไว้พบกันใหม่ครั้งหน้า สวัสดีครับ

ASROCK H87 PRO4 ยาว ใหญ่ โปรเรียกพี่

Asrock เปิดตัวแรงมาอีกแล้วครับ ที่สุดแห่ง Main Board ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนทุกระดับ ตั้งแต่ระดับอนุบาล ไปจน ถึงขั้นเทพ ตัวบอร์ดน่าใช้มากครับ สวยงามโดดเด่น ทั้งทางด้านการดีไซน์ และประสิทธิภาพ ใครที่กำลังมองหา Main Board ที่สามารถสจบงานได้ อย่างรวดเร็วในหนึ่งเดียวอยู่ละก็ ตัวนี้ไม่น่าพลาดครับ เราเข้าไปดูเครื่องในของเจ้าตัวนี้กันดีกว่าครับ

การออกแบบของบอร์ดมาในโทนสีดำเข้มครับ ตัวบอร์ดเป็นสีดำ Slot ใส่ RAM สีดำ ขนาดส่วนของ Heat Sink เค้ายังออกแบบมาให้เป็นสีดำเลย สุดยอดจริงๆ ตัวนี้ Form Factor เป็น ATX ครับ ยาวหน่อย แต่ด้วยความยาวนี้เอง ทำให้การจัดวางพวกชิปต่างๆ ทำได้สะดวก และมีพื้นที่ว่างให้บริการอย่างล้นเหลือ บอร์ดตัวนี้สามารถรับ RAM ได้มากถึง 4 ตัว และพอร์ตต่างๆ เรียกได้ว่าจัดมาให้แบบเต็มๆ สุดๆ

ด้านสเปค รองรับ CPU 4th Generation Intel Core i7 / i5 / i3 / Xeon / Pentium / Celeron, Socket 1150, Chipset ใช้ของ Intel H87, RAM แบบ Dual Channel DDR3 1600/1333/1066 non-ECC สามารถ Upgrade ได้ถึง 32GB, VGA รองรับหลายรุ่นครับเช่น Intel HD Graphics Built-in Visuals, Intel Quick Sync Video with AVC, MVC (S3D) and MPEG-2 Full HW Encode1, Intel InTru 3D

ระบบเสียง 7.1 CH HD Audio (Realtek ALC892 Audio Codec), LAN 10/100/1000 Mb/s, PCIe 1x 3 Slots, PCIe 3.0 (at x16 mode) 1 Slot, PCI 2 Slots, PS2 1 Port, USB 2.0 back Panel 2 Ports, USB 3.0 back Panel 4 Ports, DVI/HDMI/VGA อย่างละ 1 Port, SATA3 6 Ports, รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 8 / 8 64-bit / 7 / 7 64-bit compliant รับประกัน 3 ปี ราคา 2,840 บาท

ASROCK Fatal1ty H87 Performance ดำ-แดง เข้มทั้งตัว

สำหรับตัวนี้เป็น Main Board อีกตัวหนึ่งที่สะดุดตาอย่างมากครับ เนื่องจากเค้าออกแบบมาให้มีสีแดง กระชากใจ ตัดกับสีดำของตัวเมนบอร์ด ครั้งแรกที่มองดู เห็นแต่สีแดงครับ และสงสัยว่ามันคืออะไร โดนพลังงานบางอย่างดึงดูดเข้ามาดูอยู่สักพักจึงรู้ว่าเป็น Slot บน Main Board ใครที่ชอบบอร์ดแรงๆ สีสันกระชากใจ ตัวนี้รับรองว่าโดนอย่างแน่นอนครับ

อย่างที่บอกครับตัวบอร์ดเป็นสีดำ Slot ใส่ RAM, PCI และ พอร์ต SATA เป็นสีแดง เจ้าบอร์ดตัวนี้ Form Factor คือ ATX สิ่งที่ชอบมากเป็นการส่วนตัวคือ Heat Sink ที่ออกแบบมาได้จี๊ดมากครับ โดนใจสุดๆ ด้านการจัดวางชิ้นส่วนต่างๆ พวกชิป, คาปาซิเตอร์ สามารถวางตำแหน่งได้ดีครับ ไม่โล่ง แต่ก็ไม่แน่น ถือว่าวางได้สวยเลยก็ว่าได้ ตัวนี้สามารถรองรับ RAM ได้มากสุด 4 ตัว

CPU ที่รองรับเช่น 4th Generation Intel Core i7 / i5 / i3 / Xeon / Pentium / Celeron, Socket 1150, Chipset Intel H87, Bus 1600/1333/1066 non-ECC, RAM Dual Channel DDR3 สามารถเพิ่ม RAM ได้มากสุดถึง 32GB, VGA รองรับหลายตัว เช่น Intel HD Graphics Built-in Visuals : Intel Quick Sync Video with AVC, MVC (S3D) and MPEG-2 Full HW Encode1, Intel InTru™ 3D, Intel Clear Video HD Technology ฯลฯ

ระบบเสียง 7.1 CH HD Audio Realtek ALC1150 Audio Codec, LAN 10/100/1000 Mb/s, PCIe 16x (at x16 mode) 1 Slot, PCIe 1x 2 Slots, PCIe 3.0 (at x16 mode) 1 Port, PCI 3 Slots, PS2 1 Slot, USB 2.0 back Panel 4 Ports, USB 3.0 back Panel 4 Ports, USB 3.0 ด้านหน้า 6 Ports, HDMI (Out 1 Port, in 1 Port), VGA 1 Port, S/PDIF Out 1 Port, รองรับ Windows 8 / 8 64-bit / 7 / 7 64-bit compliant, รับประกัน 3 ปี ราคา 3,770 บาท

ASUS H87M-E ดีกรีหนัก สเปคสูง

สำหรับสาวก Asus คงได้น้ำลายไหลกันอีกแล้ว เพราะค่าย Asus ได้ออกเจ้าตัวแรงมาให้ท่านทั้งหลายที่กำลังจะ Upgrade Computer ได้เลือกกันอีกหนึ่งรุ่น สำหรับรุ่นนี้สเปค และราคาค่อนข้างสูงเลยที่เดียว ใครที่เป็นคอเกมส์ หรือคอ กราฟิกต้องพิจารณาเอาไว้ให้ดีครับ เพราะหากท่านพลาดท่านอาจจะต้องเสียดายไปอีกนานเลยก็ได้ ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วละก็ ตามผมเข้ามาชำแระเครื่องในเจ้าตัวนี้กันเลยครับ

เริ่มจากการออกแบบรูปร่างหน้าตาของบอร์ดก่อนครับ ตัวนี้ Form Factor เป็น uATX ขนาดอยู่ที่ประมาณ 24.4 cm x 19.3 cm ไม่ถึง 1 ไม้บรรทัด ครับ เล็กมากเลยทีเดียว ประหยัดพื้นที่เคสไปได้มากเลย บอร์ดตัวนี้มาในโทนสีดำเหลืองครับ สวยงามไปอีกแบบ การจัดวางชิปต่างๆ ไม่แน่น ไม่หลวม จนเกินไปครับ พอดี มีพื้นที่ให้หยิบจับได้มากพอตัวอยู่ ตัวนี้รองรับ RAM ได้มากสุดถึง 4 ตัว ใครชอบความเร็วก็คงสมใจ

CPU ที่รองรับคือ Intel สำหรับ 4th Generation Core i7/Core i5/Core i3/Pentium/Celeron Processors, Socket 1150, Chipset Intel H87, Bus 1600/1333/1066 MHz Non-ECC, RAM แบบ Dual Channel สามารถเพิ่มได้สูงสุดที่ 32GB, VGA on board ถูกรวมอยู่ใน Processor เรียบร้อยแล้วครับ, ระบบเสียงใช้ Realtek ALC887 8-Channel High Definition Audio, LAN ใช้ของ Realtek 8111G, 1 x Gigabit LAN Controller(s)

PCIe 16x 1 Port, PCIe 1x 3 Slots, PCI 3 Slots, PS2 2 Ports (Keyboard, Mouse), USB 2.0 back Panel 2 Ports, USB 3.0 back Panel 4 Ports, SATA 6 Ports, DVI, VGA, HDMI อย่างละ 1 Port, ระบบปฏิบัติการที่รองรับคือ Windows 8 / 7, มีการรับประกันตัวบอร์ด 3 ปี ราคาอยู่ที่ 3,460 บาท ค่อนข้างแพงแต่ประสิทธิภาพเจ๋งแน่นอน

Scroll To Top