Dophin boy film

NOKIA Asha 311 ที่สุดแห่งนวัตกรรม Smart Phone

กลับมาพบกันอีกเช่นเคยกับผมคนเดิมที่จะนำเอาเรื่องราวดีๆ มากฝากท่านผู้อ่านกัน วันนี้ผมมีข่าว Nokia Asha 311 มารีวิวให้เพื่อนได้อ่านกันครับ หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย ตัวนี้ออกแบบมาได้สวยครับ ลักษณะทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน เพิ่มความสะดุดตาและเรื่องประสิทธิภาพได้รับการการันตีด้วยยี่ห้อ Nokia อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เรามาดูรายละเอียดด้านในกันดีกว่า

ดีไซน์ภายนอกต้องยกนิ้วให้ครับ ด้านหน้ามีเพียงปุ่มกดรับสาย และปุ่มปิดเครื่อง หน้าจอเป็นแบบ Touch Screen มี Logo Nokia บริเวณตรงกลางส่วนบน และลำโพงอยู่ด้านบน Logo ครับ ด้านหลังเมื่อพลิกมาดูจะเห็นกล้อง ใหญ่อลังการมากครับถูกติดตั้งอยู่บริเวณตรงกลางส่วนบน ถัดมาเป็น Logo Nokia ครับ ด้านล่างมีตัวหนังสือบอกชื่อรุ่น 311 อยู่ ตัวที่นำมารีวิวนี้เป็นสี แดงครับ ความกว้างของตัวเครื่องไม่มากครับเพียงแค่ 52 mm เท่านั้นเอง จับได้ถนัดมือดี

สเปคของเครื่องก็ใช่ย่อยครับมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลความเร็ว 1 GHz ให้ RAM มา 128 MB ถึงจะไม่เร็วมากแต่ก็อยู่ในเกณฑ์ที่ใช้งานทั่วไปได้ไม่อายใครครับ Memory ให้มา 140 MB สำหรับตัวเครื่อง ส่วน Rom ให้มา 64 MB ครับ รูปแบบของการ์ดความจำเป็นแบบ Micro SD Card ขนาดหน้าจอแสดงผล 3” ความละเอียดหน้าจออยู่ที่ 400 x 240 Pixels Back Camera ความละเอียด 3.2 Pixel

Network WiFi 802.11b/g Bluetooth version 2.1 ระบบปฏิบัติการใช้ของ S40 Asha Battery Li-ion 1,100 mAh น้ำหนัก 97 g รับประกัน 1 ปีเต็ม สนนราคารุ่นนี้อยู่ที่ 3,480 บาท ใครเป็นสาวก Nokia อยู่แต่งบจำกัดตัวนี้ก็ไม่เลวนะครับ ใช้ได้เลยละครับ

SAMSUNG Galaxy Grand แมนๆ สำหรับคอซัมซุง

มาพร้อมกับความโดดเด่น และประสิทธิภาพการทำงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง Samsung Galaxy Grand ตัวแรง งดงามทุกองศา การออกแบบที่ทันสมัย เป็นที่นิยมของตลาด Smart Phone จนทำให้ใครหลายคนต้องควักกระเป๋าซื้อเจ้าตัวนี้มาลอง ถ้าท่านพร้อมที่จะทำความรู้จักกับเจ้าตัวนี้แล้วละก็ อย่ารีรอรีบตามผมเข้ามาด้านในได้เลย

เริ่มจากการออกแบบตัวเครื่องภายนอกที่สวยงามโฉบเฉี่ยว ได้ใจใครหลายคน มาพร้อมกับความบางเพียง 9.6 mm ไม่ถึงเซนเลยครับ บางมาก ความกว้างของตัวเครื่องอยู่ที่ 77.1 mm ไม่เล็ก ไม่ใหญ่ ไซส์นี้กำลังพอดี จับกระชับมือ ด้านหน้าของตัวเครื่องไม่มีปุ่มอะไรให้เกะกะ มีเพียงลำโพง และ Logo Samsung เท่านั้น หน้าจอรุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบ Touch Screen ด้านหลังมีกล้องมา 1 ตัว ถูกติดตั้งอยู่บริเวณตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ทางด้านล่างจะมี Logo Samsung และ ลำโพง ตัวนี้ออกแบบมาในรูปทรง 4 เหลี่ยมขอบมนดูแล้วน่ารักดี

สเปคของเครื่องไม่ธรรมดาครับ ใช้ระบบประมวลผล Galaxy Grand I9082 RAM 1 GB Memory 8 GB รูปแบบการ์ดเก็บข้อมูลเป็น Micro SD Card สามารถเพิ่มความจุได้สูงสุดที่ 64 GB หน้าจอขนาด 5” มีความละเอียด 480X800 Pixel Front Camera ความละเอียด 2.0 MP Back Camera ความละเอียด 8 MP Sensor ที่สำคัญเช่น Accelerometer, Geo-magnetic, Gyro-sensor, Proximity พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ Micro USB

Network รองรับ Wi-Fi Direct available (2.4GHz) สามารถถ่าย VDO ที่ระดับ Full HD (1080p) ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 3G รองรับ HSPA+ 21/5.76Mbps 2G รองรับ EDGE/GPRS (850/900/1800/1900 MHZ) Battery แบบ Li-ion 2,100 mAh น้ำหนักประมาณ 162 g สนนราคารุ่นนี้อยู่ที่ 10,500 บาท หากท่านใดสนใจและมีงบพออย่ารอช้าครับ

NOKIA Lumia 925 เอกลักษณ์แห่งความมีระดับ

ตัวนี้เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่หลายๆ คนถวิลหา ดังนั้นผมจัดให้ตามคำเรียกร้องครับ เราจะมาผ่าเครื่องในของ Nokia Lumia 925 กัน ว่าข้างในนั้นมีอะไรในกอไผ่หรือเปล่า เห็นดีไซน์สวยๆ อย่างนี้ ประสิทธิภาพจะเป็นอย่างไร วันนี้ทุกท่านได้รู้กันอย่างแน่นอนครับ ว่าแล้วก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า อย่ารอช้า ตามข้าพเจ้ามา

ดีไซน์ภายนอกมาในรูปทรง 4 เหลี่ยม ผืนผ้าขอบมน รัศมีความโค้งของขอบอาจไม่เท่ากับพวก Samsung เลยทำให้ดูแล้วเหมือนการ์ด 4 เหลี่ยมมากกว่า ความกว้างของตัวเครื่อง 70.6 mm นับว่ากว้างสำหรับผม แต่ถ้าท่านชอบตรงนี้ก็ไม่ว่ากัน ตัวนี้หน้าจอเป็นแบบ Touch Screen มีเทคโนโลยี super sensitive touch ให้การตอบสนองต่อการสั่งงาน รวดเร็ว ทันใจ ด้านหลังให้กล้องมา 1 ตัว ออกแบบให้อยู่บริเวณตรงกลางส่วนบนของเครื่อง ถัดลงมามี Logo Nokia

หน่วยประมวลผลของเครื่องนี้ใช้ Qualcomm Snapdragon S4 Dual Core 1.5 GHz RAM 1 GB Memory 16GB หน้าจอแสดงผลกว้าง 4.5” ความละเอียด 1280 x 768 Pixel Front Camera ความละเอียด 1.2 MP Back Camera ความละเอียด 8.7 MP Network รองรับ WLAN IEEE 802.11 a/b/g/n Sensor ที่มาพร้อมกับเครื่องเช่น Sensor ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง, ระบบ Sensor หมุนภาพ, ระบบเปิด/ปิดหน้าจออัตโนมัติขณะสนทนา, Sensor ปรับมุมมองการแสดงผลอัตโนมัติ และอีกหลายอย่างครับ

พอร์ตเชื่อมต่อรองรับ Micro sim USB 2.0 Bluetooth version 3.0 รุ่นนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8 Battery ความจุ 2000 mAh น้ำหนักประมาณ 139 g เจ้าตัวนี้มีการรับประกันสูงถึง 1 ปีเต็ม สนนราคาเครื่องนี้อยู่ที่ 16,500 บาท ท่านใดที่พอจะมีตังค์ กระเป๋าหนักหน่อยจะซื้อมาลองใช้เล่นๆ ขำๆ ก็ไม่ว่ากันครับ

I-MOBILE IQ5.3 ตัวจริง เสียงจริง

สำหรับวันนี้ผมมี Smart Phone จากค่าย i – Mobile มารีวิวครับ เจ้าตัวที่ผมนำมารีวิวนี้เป็นตัวสีน้ำเงินครับ ดูเท่ห์มาก เห็นแล้วอยากได้ขึ้นมาเลย นี่แค่เห็นการดีไซน์ และสีที่เค้าเลือกทำออกมาได้โดนใจเท่านั้นนะครับ ยังไม่ได้ดูที่สเปคเครื่องเลย ก็ได้ใจไปแล้ว ถ้าได้รู้สเปคแล้วจะอยากได้แค่ไหน ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วก็ตามผมมาได้เลยครับ

รูปลักษณ์ภายนอกออกแบบมาในทรง 4 เหลี่ยมขอบมน ขนาดไม่เล็ก ไม่ใหญ่จนเกินไป ความบางเพียง 10.3 mm กว้าง 7.4 mm ยาว 147.5 mm เรียกได้ว่าจับถนัดมือพอสมควรครับ ด้านหน้าเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen สะดวกมากๆ เวลาเลือก Menu ต่างๆ ด้านหน้าไม่มี Logo อะไรเลยครับ โล่งๆ เรียบ ดูเผินๆ เหมือน iPhone นิดๆ พลิกมาดูด้านหลังมีกล้องที่ถูกออกแบบให้อยู่ตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ถัดจากกล้องเป็น ป้ายรุ่น IQ และทางด้านล่างจะมี Logo i – Mobile ครับ

ระบบประมวลผลของเจ้าตัวนี้แรงจริงครับด้วยระบบประมวลผลแบบ Quad Core 1.2 GHz 4 หัวช่วยกันทำงาน ไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้งานหลายโปรแกรมในเวลาเดียวกันครับ สบายมาก RAM 1 GB Memory 4 GB รูปแบบการ์ดเก็บข้อมูลเป็นแบบ Micro SD Card สามารถอัพได้ถึง 32GB หน้าจอขนาด 5” กว้างมากมาย ความละเอียด 480 x 854 Pixel Front Camera ความละเอียด 5 MB Back Camera ความละเอียด 12 MB พอร์ตเชื่อมต่อให้มาแบบ Micro USB 2.0 Network เป็น Wifi

นอกจากนั้นยังมี Bluetooth และ 3G ที่รองรับ HSDPA 7.2 Mbps กับ HSUPA 5.7 Mbps สามารถใส่ได้ 2 SIM รับประกันให้ 1 ปีเต็ม ราคาอยู่ที่ 5,900 บาท ราคาถูก แต่ประสิทธิภาพจัดหนักมาก สนใจรีบจับจองนะครับ

SAMSUNG Galaxy Mega 5.8 กว้างเต็มจอ รักล้นใจ

มาแล้วครับ Samsung Galaxy Mega 5.8 ที่หลายคนกล่าวถึง วันนี้ผมมีโอกาสได้ไปทำความรู้จักกับเจ้าตัวนี้มา และแน่นอนครับไม่ลืมที่จะนำเอาข้อมูลข่าวสารดีๆ มารีวิวให้เพื่อนๆ ได้อ่านกัน หวังว่าคงมีหลายคนที่อยากให้รีวิวรุ่นนี้ จัดให้ตามสั่งครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาชำแระ เครื่องในของเจ้าตัวนี้กันดีกว่า พร้อมแล้วไปกันเลย

ตัวเครื่องด้านนอกมาในโทนสีขาวครับ ด้านหน้าจอเป็นจอแบบ Touch Screen สั่งงานได้รวดเร็วดั่งใจ ตอบสนองดีเยี่ยมครับ ไล่จากทางส่วนบนของเครื่องลงมา ก็จะมีลำโพง กล้องด้านหน้า Logo Samsung หน้าจอของตัวนี้กว้างมากครับกว้างถึง 84.1 mm ท่านที่ชอบหน้าจอใหญ่ๆ คงจะสะใจกันไป เราพลิกมาดูที่ด้านหลังกันบ้างครับ กล้องทางด้านหลังอยู่บริเวณตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่องมี Flash แบบ LED และ ลำโพงอยู่ขนาบข้าง ถัดลงมาเป็น Logo Samsung สีเทา เพิ่มความเท่ห์แบบเรียบๆ

เจ้าตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผลแบบ Dual core 1.4GHz 2 หัวช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ให้ RAM ขนาด 1.5 GB Memory 8 GB การ์ดที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็น Micro SD ที่สามารถเพิ่มได้ถึง 64 GB หน้าจอขนาด 5.8” ความละเอียด 960X540 Pixel กล้องทางด้านหน้ามีความละเอียด 1.9 MP กล้องทางด้านหลังมีความละเอียด 8 MP Sensor สำคัญอาทิเช่น Accelerometer, proximity, compass พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ micro USB Network รองรับ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n, Wi-Fi Direct, Wi-Fi hotspot, dual-band

Bluetooth version 4.0 ระบบปฏิบัติการใช้ของ Android OS, v 4.2.2 3G รองรับ HSDPA 2G รองรับ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 Battery 2600 mAh รับประกัน 1 ปี สนนราคาอยู่ที่ 12,500 บาท ถ้างบถึง หามาลองได้ครับรับรองว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

IPHONE5 64GB ตัวแรงแห่งยุค

ที่สุดแห่ง Smart Phone ที่กวาดรายได้มาแล้วทั่วโลก และเป็นที่หนึ่งในใจใครหลายคน สำหรับตัวนี้เป็นตัวที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นตัว Top ในตอนนี้ครับ ด้วยประสิทธิภาพ และการออกแบบ ระดับไฮคราส ทำเอาใจละลายกันไป ว่าแล้วเราก็มาดูรายละเอียดภายในตัวเครื่องกัน ที่หลายคนพูดกันนั้นมันจริงแท้แค่ไหน แล้วราคาพอรับไหวหรือไม่ เรามีคำตอบให้คุณ

ดีไซน์ของเจ้าตัวนี้ยังคง Concept เดิมครับ บาง เบา เพรียว ประสิทธิภาพเยี่ยม ด้านหน้าของตัวเครื่องเรียบๆ ง่ายๆ ครับ มีเพียงแค่ลำโพง และกล้องด้านหน้าเท่านั้น ลองพลิกมาดูทางด้านหลังของเครื่องกันบ้าง เห็นกล้องที่ถูกออกแบบมาให้อยู่เยื้องไปทางซ้าย และถัดมาด้านล่างเป็น Logo รูปแอปเปิ้ลโดนกัด ตรงกลางส่วนล่างมี ตัวอักษร iPhone สีขาวเพิ่มความเท่ห์ ด้านหลังเป็นสี 2 โทนครับ ระหว่าง เทากับขาว สวยดี ลองมาดูสเปคของเครื่องกันบ้างดีกว่า

ตัวนี้ใช้ระบบประมวลผล Dual-Core Processor 1.0 GHz สองหัวที่ช่วยกันผสานพลังเรื่องความเร็ว และความแรงไม่ต้องเป็นห่วงสบายใจได้เลย หน้าจอแสดงผลขนาด 4″ ความละเอียด 1136×960 Pixel Memory ให้มาขนาด 1GB Battery เป็นแบบ Lithium-Ion Network รองรับ GSM/EDGE 850, 900, 1800, 1900 MHz Wireless 802.11a/b/g/n ใช้ Bluetooth version 4.0 กล้องความละเอียด 8 MP รองรับการถ่ายวีดีโอแบบ Full HD 1080p มันช่างเป็นอะไรที่สุดยอดจริงๆ ครับ

ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 6 น้ำหนัก 112 g ยังไม่พอครับเค้ายังรับประกันสินค้าให้อีก 1 ปีเต็ม สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 31,950 บาท ค่อนข้างจะแพงสักหน่อยแต่หากเทียบกับความคุ้มค่ากับเงินทีเสียไปแล้วละก็น่าจะ OK นะครับ ใครที่พอมีงบสามารถหามาลองใช้ดูได้ครับ

Lenovo S920 ที่สุดแห่งการดีไซน์

สุดยอดการดีไซน์เลยครับตัวนี้ เรียกได้ว่าโดนใจใครหลายคนเลยละ ตัวที่ผมนำมารีวิวนี้เป็นสีขาวครับ ดูหรูหรา มีระดับ เท่ห์มากครับ ด้านประสิทธิภาพก็ไม่น้อยหน้ารุ่นอื่นๆ เช่นกัน ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้นตอนนี้ผมขออุ๊บเอาไว้ก่อน ให้ทุกท่านติดตามกันด้านล่างครับ ถ้าพร้อมแล้วตามผมมาด้านในได้เลยครับ

ในเรื่องของการดีไซน์ ให้ 10 เต็มเลยครับ สวยโดนใจผมจริงๆ ขาว เพรียว บาง ความกว้างของตัวเครื่องแค่ 77.7 mm และความหนาของเครื่อง 7.9 mm ไม่ถึง 1 เซนติเมตร หน้าจอเป็นแบบ Touch Screen ด้านหน้าไม่มีอะไรครับโล่งๆ มีเพียง Logo Lenovo ตรงกลางส่วนบนเท่านั้น กับลำโพง ด้านหลังให้กล้องมาอยู่ตรงกลางส่วนบน ถัดมาเป็น Logo Lenovo และลำโพง ตัวนี้รูปร่างเป็นทรง 4 เหลี่ยมขอบมน ครับเอาใจวัยมันส์เล็กๆ

เราลองมาดูสเปคของเครื่องกันบ้างดีกว่าครับ เริ่มจากหน่วยประมวลผลใช้ MTK 6589 1.2 GHz Quad Core 4 หัวมันสมองตัวแรง หน้าจอแสดงผลขนาด 5.3” ใหญ่มากเลยทีเดียว จุใจสำหรับคนที่ชอบเล่น Smart Phone RAM ให้มา 1GB LPDDR2 Memory ให้มา 4GB eMMC Battery 2250mAh เป็น Lithium Polymer Wireless 802.11 a/b/g/n Network รองรับ 2G/GSM 900/1800/1900 MHz และ 3G WCDMA 900/2100 MHz

Front Camera ความละเอียด 2M Back Camera ความละเอียด 8M พอร์ตเชื่อมต่อทีสำคัญเช่น Micro-USB v2.0, Dual SIM slots ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.2 Jelly Bean น้ำหนักของเจ้าตัวนี้ประมาณ 159 g มีการรับประกัน 1 ปี สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 9,900 บาท ท่านใดที่กำลังมองหา Smart Phone ที่ดีไซน์เฉียบอยู่ละก็ หากท่านได้เห็นตัวนี้แล้วคิดว่าคงจะชอบใจ พบกันใหม่บทความรีวิวหน้าครับ สวัสดี

I-MOBILE IQ5.1 เพิ่มพลัง 4 มันสมอง

ตัวนี้เป็นอีกตัวหนึ่งที่ทาง i – Mobile นำเสนอครับ เนื่องการระบบประมวลผลที่ให้มาแบบจัดเต็มจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหลายคนจึงหันมาเล่นรุ่นนี้กัน ทั้งสมรรถนะด้านความเร็ว และความสวยงามด้านการออกแบบตัวเครื่อง สามารถละลายใจคุณได้ ใครที่ชอบความแรง แฝงความงาม ตัวนี้น่าลองครับ ว่าแล้วเราเข้ามาดูรายละเอียดของเครื่องกันดีกว่า

ภายนอกออกแบบได้โดนใจวัยรุ่นมากมายครับ มาในโทนสีดำเงา ส่วนด้านหลังมาในโทนสีเทาเข้ม เนื้อด้านครับเพื่อไม่ให้เป็นรอยนิ้วมือง่าย ด้านหน้าจอนั้นเป็นจอแบบ Touch Screen อำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ พลิกมาดูที่ด้านหลังจะเห็นกล้องจัดตำแหน่งมาให้อยู่ตรงกลางส่วนบน ถัดลงมาเป็น Logo IQ และทางด้านล่างมี Logo i – Mobile ตามมาด้วยลำโพง ขนาดความกว้างก็พอดีมือครับ ไม่เกะกะ หรือใหญ่เทอะทะแต่อย่างใด

ลองมาดูกันที่สเปคของเครื่องตัวนี้กันบ้างว่าจะแรงสักแค่ไหน หน่วยประมวลผลเต็มๆ สุดๆ ด้วย Quad Core 1.2 GHz เรื่องความแรงไม่ต้องพูดถึง RAM ให้มา 1 GB Memory ให้มา 4 GB เอาไว้เก็บภาพสาวๆ รูปแบบของการ์ดที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็น Micro SD Card ที่สามารถเพิ่มได้ถึง 8GB หน้าจอการแสดงผล 5.3” ความละเอียด 480 x 854 Pixels Front Camera ความละเอียด 2 MB ส่วน Back Camera ความละเอียด 12 MB

I/O Interfaces ให้มาแบบ Micro USB 2.0 Network รองรับ Wifi build 2403, Wifi router, Security WEP,WPA, WPA2 Bluetooth เวอร์ชั่น 2.1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Andriod 4.1 รองรับ 3G 850/2100 MHz (AIS/ Dtac/ True/3GX), HSDPA 7.2 Mbps และ HSUPA 5.76 Mbps รองรับ 2G EDGE/GPRS สามารถใส่ได้ 2 SIM สนนราคาอยู่ที่ 5,700 บาท

Lenovo K900 สะใจวัยมันส์ ครบครันการดีไซน์

นอกจากความแรงที่ท่านจะได้สัมผัสใน Smart Phone ตัวนี้แล้ว ท่านยังไม่ความสวยงามจากการออกแบบที่ละเอียด ประณีตในทุกขั้นตอนการผลิตอีกด้วย ทำให้สาวก Lenovo ต้องหยุดคิดก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะต้องเลือกอยู่นานครับกว่าจะได้ตัวที่เหมาะสมมากที่สุด แต่วันนี้ผมจะเอามันมารีวิวให้ท่านผู้อ่านได้อ่านกันอย่างจุใจ ก่อนจะควักตังค์ซื้อมันมาใช้

เริ่มที่ตัวเครื่องกันก่อน ด้านหน้าตัวเครื่องไม่มีปุ่มใดๆ ครับ เพราะเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen จะมีก็เพียงแต่ Logo Lenovo ที่อยู่ตรงกลางส่วนบน และลำโพงกับกล้องด้านหน้าเท่านั้น ความบางของเครื่องรุ่นนี้อยู่ที่ 6.9 mm บางเฉียบ ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ ด้านหลังมีกล้องรูปทรง 4 เหลี่ยมมาให้ กล้องตัวนี้ถูกติดตั้งอยู่บริเวณมุมซ้ายครับ ถัดลงมามี Logo Lenovo และรายละเอียด คำเตือน เล็กน้อย ด้านล่างแอบมี Logo Intel เล็กๆ ติดอยู่ให้รู้ว่าตูแรง

เจ้าตัวนี้ใช้หน่วยประมวลผล Intel Atom processor Z2580 Dual Core 4-thread, สามารถดันได้สูงสุดถึง 2.0 GHz ถ้าไม่แรงก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว RAM ให้มา 2GB LPDDR2 SDRAM Memory 16GB แบบ eMMC หน้าจอการาแสดงผลขนาด 5.5” ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล กล้องด้านหน้าความละเอียด 2MP กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 MP เต็มๆ สุดๆ นอกจากนั้นยังมี Flash แบบ LED มาให้อีก ถ่ายกันมันส์ละคราวนี้

Sensor ที่น่าสนก็จะมี A-GPS, Gravitation, Ambient light, Proximity พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ Micro USB V2.0 Network รองรับ WiFi 802.11b/g/n/a Bluetooth version 3.0 3G รองรับ UMTS 850/900/1700/1900/2100 MHz 2G รองรับ GSM 850/900/1800/1900 MHz Battery แบบ Li-Polymer 2,500 mAh น้ำหนัก 162 g รุ่นนี้รับประกัน 1 ปีครับ ราคาอยู่ที่ 14,900 บาท

ASROCK Z87 EXTREME4 พลังจงสถิตแด่ท่าน

ที่สุดแห่ง Main Board ออกมาให้เราได้น้ำลายไหลกันอีกแล้ว สำหรับค่าย Asrock ด้วยการออกแบบที่สวยงาม ผสานกับประสิทธิภาพการทำงานที่เยี่ยมยอด พอร์ตเชื่อมต่อที่ให้มาแบบไม่เกรงใจ สำหรับบอร์ดระดับกลาง ค่อนไปทางสูงตัวนี้ ใครเห็นเป็นต้องอยากได้ ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูข้างในกันดีกว่า ว่าจะแรงสมกับชื่อหรือเปล่า

ตัว Main board เองมาในโทนสีดำ/ทอง สวยงามและดูหรู ตัวบอร์ดจะเป็นสีดำ รวมทั้ง Slot ใส่ RAM, Heat Sink, Slot PCI ก็เป็นสีดำเช่นเดียวกัน ส่วนที่เป็นสีทองคือคาปาซิเตอร์ (คาปาซิเตอร์ออกแบบสไตล์ทองคำ) จริงเท็จอย่างไรไม่รู้ แต่สวยงามมาก Form Factor เป็น ATX รองรับ RAM ได้สูงสุด 4 ตัว การจัดวางองค์ประกอบ ชิ้นส่วน ชิป Slot วางได้เป็นระเบียบ เรียบร้อยดี

รองรับ CPU 4th Generation Intel Core i7 / i5 / i3 / Xeon / Pentium / Celeron, Socket 1150, ใช้ Chipset Intel Z87, RAM Dual Channel DDR3 รองรับ 2933+(OC)/2800(OC)/2400(OC)/2133(OC)/1866(OC)/1600/1333/1066 non-ECC, VGA รองรับหลายรุ่นเช่น Intel Quick Sync Video with AVC, Intel InTru™ 3D, ระบบเสียง 7.1 CH HD Audio Realtek ALC1150 Audio Codec

Gigabit LAN 10/100/1000 Mb/s, PCIe 1x และ PCI อย่างละ 2 Slots, PS2 1 Port, USB 2.0 back Panel 2 Ports, USB 2.0 ด้านหน้า 2 Ports, USB 3.0 back Panel 4 Ports, USB 3.0 ด้านหน้า 2 Ports, eSATA 1 Slot, SATA 8 Ports, รองรับ RAID 0, RAID 1, RAID 5, RAID 10, DVI/VGA อย่างละ 1 Port, HDMI in 1 Port, HDMI out 1 Port, มี Clear CMOS Switch, PCIe 3.0 (at x16 mode) 3 Slots, SATA3 8 Slots, Optical S/PDIF Out 1 Port, Display Ports 1 Port, รองรับ Windows® 8 / 8 64-bit / 7 / 7 64-bit compliant รับประกัน 3 ปี ราคา 5,030 บาท

ACER CloudMobile S500 สวยเพรียว สั่งได้ดั่งใจ

ด้วยการออกแบบที่เน้นการใช้งานเป็นหลัก ผสานกับพลังแห่งประสิทธิภาพทำให้ ACER CloudMobile S500 กลายเป็น Smart Phone ที่โดดเด่นและเป็นที่หมายปองของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มๆ หรือสาวๆ ต่างชื่นชอบในรูปลักษณ์ที่สวยงามสะดุดตา วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเจ้าตัวนี้กัน

การออกแบบภายนอกนับได้ว่าทำได้ดีมากครับ รูปร่างเพรียว กระชับ ส่วนเว้า ส่วนโค้ง ได้สัดส่วน ไม่ขาด ไม่เกิน มาในโทนสีเทาด้าน ด้านหน้าเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen มีปากกาสำหรับใช้งานให้มา 1 ด้าม Logo Acer อยู่บริเวณด้านล่าง ตรงกลาง พลิกมาดูที่ด้านหลังของตัวเครื่องจะเห็น Logo Acer อยู่ตรงกลางตัวเครื่อง และมีกล้องอยู่ตรงกลางด้านบน ต่อไปเราจะมาดูสเปคของเครื่องกันครับว่ามันจะแรงสักแค่ไหนเชียว

เจ้าตัวนี้ใช้ระบบประมวลผลของ Qualcom 8260A Dual Core 1.5 GHz ที่มาพร้อมกับ RAM 1 GB ความจุของ Memory อยู่ที่ 8 GB รูปแบบของการ์ดความจำเป็น microSD ครับ หน้าจอมีขนาดการแสดงผล 720 x 1280 pixels ขนาด 4.3” มีความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล Front Camera ความละเอียด 1 MP ส่วน Back Camera ความละเอียด 8 MP Network Wi-Fi 802.11 b/g/n Bluetooth เป็น V4.0 with A2DP

Sensor ที่สำคัญเช่น Accelerometer, proximity, compass ใช้ระบบปฏิบัติการ Android v4.0 3G ใช้กับ HSDPA 900 / 1900 / 2100 ส่วน 2G ใช้ได้กับ GSM 850 / 900 / 1800 / 1900 น้ำหนักของตัวเครื่องนี้อยู่ที่ประมาณ 122 g ราคาของเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 10,990 บาท ท่านใดที่ชอบการดีไซน์ที่แปลกตา พร้อมทั้งความเร็วแรงแล้วละก็ ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

Lenovo A706 ขาว เพรียว น่ารัก

ขึ้นชื่อก็ติดเรทนิดหน่อยครับ สำหรับวันนี้ผมมีข่าว Smart Phone จากค่าย Lenovo มารีวิวให้ท่านผู้อ่านทุกท่านได้อ่านกัน แรกๆ มองเผินๆ เหมือน iPhone เลย แต่พอมองดูใกล้ๆ แล้ว ไม่ใช่ครับ ดีไซน์ออกมาได้สวยงามสะดุดตาเลยทีเดียว ส่วนจะมีอะไรดีบ้างนั้นคงต้องติดตามกันต่อไปครับ รับรองว่า ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

ดีไซน์ภายนอกทำได้ดีครับขอชมเลย หน้าจอแบบ Touch Screen มี Logo Lenovo อยู่บริเวณตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ลองดูด้านหลังทำเอาโดนใจผมครับ เป็นแนว Two Tone 2 สี ระหว่าง ขาว กับ เทา ดูเท่ห์ มีสไตล์อย่างมาก แถมหรูอีก ด้านหลังตรงกลางส่วนบนเป็นที่ติดตั้งของกล้อง ถัดจากกล้องลงมาก็จะเป็น Logo Lenovo แถบเงิน เงางาม สวยไปอีกแบบครับ ต่อไปเรามาดูสเปคของเครื่องกันบ้าง

ระบบประมวลผลของเจ้าตัวนี้เป็นแบบ Quad-Core Qualcomm MSM 8225Q 1.2GHz เรียกได้ว่าแรงถึงใจวัยมันส์ เพราะทำงานช่วยกัน 4 หัว หน้าจอแสดงผล 4.5” RAM 1GB LPDDR2 Memory ให้มาเยอะครับ 4GB เป็นรูปแบบการ์ดแบบ eMMC Battery 2000mAh เป็น Lithium Polymer Network รองรับ 2G GSM 900/1800/1900 MHz และ 3G WCDMA 900/2100 MHz Wireless 802.11 a/b/g/n เห็นสเปคแล้วอยากได้กันบ้างหรือยัง

ยังไม่หมดครับยังมีอีก Front Camera ให้ความละเอียดที่ 0.3M ส่วน Back Camera ให้ความละเอียดที่ 5M USB Port ก็ให้มาเต็มไม่แพ้กันครับด้วย Micro-USB v2.0 ระบบปฏิบัติการใช้ของ Android 4.1 Jelly Bean น้ำหนัก 130g ก็นับได้ว่าไม่หนักไม่เบาครับ พอรับได้ สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 5,990 บาท ใครที่กำลังมองหา Smart Phone สักตัวที่ไม่แพงมาก ตัวนี้ก็น่าสนครับ

GIGABYTE H87-D3H แรง เร็ว เกิน ห้ามใจ

Gigabyte ปล่อยตัวจี๊ดออกมาให้เราอยากได้กันอีกครั้ง ด้วย Main Board ขนาดกลาง ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานระดับกลาง และระดับสูง ได้อย่างลงตัว ใครที่กำลังมองหาบอร์ดแรง ราคาพอเอื้อมถึง และที่สำคัญอึด ทนอยู่ละก็ ตัวนี้น่าจะเป็นอีกตัวที่น่าจับตามองครับ

การดีไซน์รูปร่างบอร์ดภายนอกมาพร้อมกับ Form Factor ATX ขนาด 30.5cm x 22.5cm ประมาณ 1 ไม้บรรทัดบ้านเรานั่นแหละครับ ก็ไม่ถือว่าใหญ่มากสักเท่าไหร่ โทนสีตัวบอร์ดเป็นสีน้ำตาลเข้ม Slot ใส่ RAM เป็นสีเทา Slot PCI ออกแบบเป็นสีดำ ส่วน Heat Sink มาในโทนเทาอ่อน บอร์ดตัวนี้รองรับ RAM ได้สูงสุด 4 ตัว การจัดวางตำแหน่งของ IC และ ชิปต่างๆ ทำได้อย่างเหมาะสม ไม่ชิดติดกันเกินไป มีการเว้นช่องว่างให้ทำการบริการได้อย่างสะดวก

ด้านสเปค เจ้าตัวนี้รองรับ CPU Intel Core i7, i5, i3, Pentium, Celeron, Socket 1150, Chipset ใช้ของ Intel H87 Express Chipset, Bus 1600/1333, RAM Dual channel 1.5V DDR3 non-ECC สามารถ Upgrade ได้สูงสุด 32 GB, VGA รวมอยู่ในชิปกราฟิก, ระบบเสียงใช้ Realtek ALC892 codec High Definition Audio 2/4/5.1/7.1-channel, LAN ใช้ของ Intel GbE LAN chip (10/100/1000 Mbit), PCIe 16x (at x16 mode) 1 Slot, PCIe 4x 1 Slot, PCIe 1x 2 Slots

PCI 2 Slots, PS2 1 Slot, USB 2.0 back Panel 4 Ports, USB 2.0 ด้านหน้า 2 Ports, USB 3.0 back Panel 4 Ports, USB 3.0 ด้านหน้า 1 Port, SATA 6 Ports, รองรับ RAID 0, RAID 1, RAID 5, and RAID 10, DVI/HDMI/VGA อย่างละ 1 Port, S/PDIF Out 1 Port, รองรับ Multi-GPU และ AMD CrossFire technology รองรับระบบปฏิบัติการ Windows 8/7 รับประกัน 3 ปี ราคา 3,480 บาท สนใจรีบจับจองนะครับ

SAMSUNG Ace Plus เรียบง่าย สไตล์ซัมซุง

นอกจากรุ่นใหญ่อย่าง Galaxy S4 แล้วยังมีรุ่นเล็กที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับท่านที่มีงบน้อยอีกด้วย แต่เรื่องคุณภาพไม่ได้น้อยเลยครับ วันนี้ผมได้ไปทำความรู้จักกับเจ้า Samsung Ace Plus มาเลยนำมารีวิวให้ทุกท่านได้อ่านกัน ว่าแล้วเราก็เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าครับ มาดูรุ่นเล็กกันซิว่าจะพอได้ไหม ถ้าทุกท่านพร้อมแล้วตามผมมาได้เลยครับ

การออกแบบตัวเครื่องรุ่นนี้ทำได้ดีครับ สำหรับตัวที่ผมนำมารีวิวนั้นมาในโทนสีขาวสะอาดตาครับ ด้านหน้าไม่มีปุ่มอะไรนอกจาก Logo Samsung และ ลำโพง หน้าจอสำหรับรุ่นนี้เป็นหน้าจอแบบ Touch Screen ด้านหลังของเครื่อง มีกล้องตัวนึงทรง 4 เหลี่ยมน่ารักเชียว อยู่ตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ด้านข้างกล้องจะมีลำโพงเล็กๆ จิ๋วๆ อยู่ ถัดลงมาทางด้านล่างเป็น Logo Samsung สีเทา ดูเท่ห์ดีครับ ตัดกับสีขาวทำให้ดูมีระดับขึ้นมามากเลย

สเปคของเครื่องตัวนี้เริ่มจาก ระบบประมวลผลที่ให้ความเร็วถึง 1 GB หน้าจอกว้าง 3.65” ความละเอียด 480 x 320 Memory ให้มา 3 GB เยอะนะเนี่ย Battery 1300mAh ใช้งานได้ยาวนาน Network รองรับ (GPRS 850 / 900 / 1800 / 1900) (3G HSDPA 7.2) (EDGE 850 / 900 / 1800 / 1900) Wireless 802.11b/g/n 2.4GHz ใช้ Bluetooth version 3.0 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 น้ำหนักเจ้าตัวนี้อยู่ที่ประมาณ 115 g เครื่องนี้รับประกัน 1 ปีเต็มครับ

ใครที่สนใจ Smart Phone ที่ราคาไม่ถึงหมื่น ประสิทธิภาพพอใช้ได้ รูปลักษณ์สวยงามแล้วละก็เจ้าตัวนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้รุ่นอื่นนะครับ สนนราคาเจ้าตัวนี้อยู่ที่ 5,490 บาท ถ้าสนใจก็อย่ารอช้าครับรีบจับจอง

I-MOBILE i-STYLE 8 สองหัวดีกว่าหัวเดียว

Smart Phone ตัวแรงสำหรับคนแรงๆ อย่างเรา i-mobile เปิดตัว Smart Phone สุดยอดการออกแบบ ผสานรวมกับประสิทธิภาพอันเหนือชั้นด้วยหน่วยประมวลผล 2 หัว ไม่ว่าจะเล่นเกมส์ chart หรือ share ไม่มีคำว่าสะดุดให้เสียอารมณ์ หากท่านพร้อมที่จะสัมผัสกับความเจ๋งระดับเทพ เราเข้ามาดูได้เลย

โครงสร้างภายนอกออกแบบในโทนสีเทาด้าน เรียบ หรู ดูดีครับ ทรง 4 เหลี่ยมผืนผ้า ขอบมน จับได้ถนัดมือ ขนาดไม่เล็ก และไม่ใหญ่จนเกินไป หน้าจอเป็นแบบ Touch Screen การเข้าสู่ Menu ต่างๆ ทำได้อย่างง่ายดายครับ ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ลองพลิกมาดูที่ด้านหลังจะเห็นกล้องอยู่บริเวณตรงกลางส่วนบนของตัวเครื่อง ถัดลงมาจะมี Logo i – Style ตรงกลางส่วนล่างจะมี Logo i – Mobile และช่องลำโพง

ถัดมาเราจะมาดูด้านสเปคของเครื่องตัวนี้กันบ้างว่าจะเร้าใจแค่ไหน เริ่มจะระบบประมวลผลใช้ระบบประมวลผลแบบ Dual Core 1.0 GHz ช่วยกันทำงาน 2 หัวครับ เร็วจี๊ดถึงใจอย่างแน่นอน ทางด้าน RAM ให้มา 512 MB Memory 4GB จะเก็บอะไรก็เก็บครับ เต็มที่เลยด้วยขนาดความจุขนาดนี้ รูปแบบของการ์ดที่ใช้เก็บข้อมูลเป็น Micro SD Card สามารถ Upgrade ได้ถึง 32 GB ขนาดหน้าจอแสดงผล 5” ความละเอียด 800 x 480 Pixels

Front Camera ความละเอียด 1.3 MP ส่วน Back Camera ความละเอียด 5.0 MP รองรับไฟล์เสียงแบบ MP3, AMR, OGG, WAV Network สามารถใช้กับ GSM 850/900/1800 MH Bluetooth 4.1 ใช้ระบบปฏิบัติการ Android OS 4.1 3G รองรับ HSDPA 7.2 Mbps. / HSDPA 5.76 Mbps. 850 / 900 / 2100 MHz น้ำหนัก 140g สนนราคาอยู่ที่ 5,490 บาท ท่านใดสนใจจะหามาลองก็ได้ครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน

NOKIA Lumia 520 ตัวแรงที่ใครๆ ก็กล่าวถึง

มาแล้วครับ Lumia 520 ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากจะเป็นเจ้าของกันนักหนา นอกจากจะมีดีด้านการออกแบบภายนอกแล้วยังให้ประสิทธิภาพมาแบบคับแก้วอีก ว่าแล้วเราก็เข้ามาดูรายละเอียดของเจ้าตัวนี้กันดีกว่า เผื่อใครที่กำลังมองหา Smart Phone สักเครื่องแต่ยังไม่ตกลงปลงใจกับค่ายไหนเลย อาจหันมาหาตัวนี้ก็เป็นได้ ถ้าพร้อมแล้ว ตามผมมาครับ

ภายนอกออกแบบมาเพื่อละลายใจใครหลายคนเลยครับ รูปทรงมาในแนว 4 เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งขอบจะมีรัศมีความโค้งไม่มากนัก ทำให้ดูเผินๆ แล้วเหมือน 4 เหลี่ยมที่ขอบไม่มนเลยครับ ด้านหน้าเป็นหน้าจอแบบ Touch Screen มีเพียง Logo Nokia ลำโพงเท่านั้น ไม่มีปุ่มอะไรให้รกรุงรัง ทางด้านหลังติดตั้งกล้องบริเวณ ตรงกลางค่อนไปทางส่วนบนเล็กน้อย ส่วน Logo Nokia อยู่กลางลำตัวเลย ด้านล่างมุมขวามีลำโพงตัวเล็กๆ น่ารักแอบอยู่ด้วย

สเปคของเครื่องรุ่นนี้จะแรงแค่ไหน มาดูกัน Nokia Lumia 520 ใช้ระบบประมวลผลแบบ Dual Core 1.0 GHz RAM 512 GB Memory 8 GB รูปแบบการ์ดจัดเก็บข้อมูลเป็น Micro SD card ที่สามารถเพิ่มได้มากสุดถึง 64 GB หน้าจอขนาด 4” ความละเอียด 800 x 480 Back Camera ความละเอียด 5 MP พอร์ตเชื่อมต่อเป็นแบบ USB2.0 ระบบเสียงแบบ 3.5 Jeck Network แบบ WLAN IEEE 802.11 b/g/n ตัวนี้ใช้ Bluetooth version 3.0 ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8

3G รองรับ WCDMA: GSM 900/2100 MHz (AIS), HSDPA – 21.1 Mbps และ HSUPA – 5.76 Mbps Battery 1430 mAh สามารถคุยได้นานสุด 14.8 ชม. น้ำหนักประมาณ 124 g รับประกัน 1 ปีเต็ม สนนราคาอยู่ที่ 5,450 บาท ถ้าพลาดตัวนี้ไปจะหาว่าผมไม่เตือนไม่ได้นะครับ

SAMSUNG Pocket Neo ขาวๆ อวบๆ

ตั้งชื่อซะน่ากลัวครับ แต่มันขาว อวบจริงๆ ตัวนี้ออกแบบได้น่ารัก น่าใช้ดีครับ เล็กกะทัดรัด แต่สำหรับท่านที่ชอบสไตล์ เพรียวบาง คงไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ออกจะไปทางหวานๆ คิกขุ มากกว่าครับ ด้านประสิทธิภาพก็เช่นเคยครับ การันตีด้วยยี่ห้อ Samsung อยู่แล้วไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ครับ ว่าแล้วเราก็มาดูรายละเอียดภายในกันได้เลยครับ

การออกแบบภายนอกสวยงามน่ามอง ตัวที่ผมนำมารีวิวนี้เป็นสีขาวครับ ดูสะอาดตา ด้านหน้าเป็นจอแบบ Touch Screen มี Logo Samsung ตรงกลางส่วนบนของเครื่อง ด้านบนมีลำโพงแนวยาว พลิกด้านหลังมาดูความขาวอย่างลงตัวครับ เค้าออกแบบกล้องให้เยื้องไปทางซ้ายเล็กน้อย ส่วนบริเวณตรงกลางส่วนบนเป็นลำโพง ถัดลงมาเป็น Logo Samsung สีเทา เพิ่มความเท่ห์ อย่างมีสไตล์ ลักษณะเครื่องเป็นทรง 4 เหลี่ยมขอบมนน่ารักดี

สเปคของเครื่องตัวนี้ก็นับว่าไม่เลวเลยครับใช้ ระบบประมวลผล Cortex A9 850MHz RAM 512 MB Memory 4 GB หน้าจอแสดงผลขนาด 3” ความละเอียด 240 x 320 (QVGA) มี Sensor ที่น่าสนใจคือ Accelerometer ตรวจจับความเคลื่อนไหวของตัวเครื่อง I/O Interfaces พอร์ตที่สำคัญมี USB v2.0, ช่องเสียบหูฟังสเตอริโอ 3.5 mm, ช่องเสียบหน่วยความจำภายนอก MicroSD สามารถ update ได้สูงสุดถึง 32GB สามารถใช้ได้ SIM เดียวครับ และมี Micro USB อำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อมาอีกด้วย

ด้าน Audio ก็จัดเต็มครับรองรับรูปแบบ 3G2, 3GP, H.263, H.264, MPEG4, MKV, WebM เล่นได้สูงสุด 30fps บันทึกได้สูงสุด 15fps ยังไม่หมดครับให้ Bluetooth V 4.0 มาด้วย ตัวนี้ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 3G รองรับ 850/210 MHz และ อีกรุ่นจะรองรับ 900/2100MHz น้ำหนักประมาณ 100.2 g ราคาอยู่ที่ 3,190 บาท

Scroll To Top